5 ชนิดที่มีบทบาทที่สุดในโลกของเสื้อผ้า

Last updated: 2021-03-06  |  638 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 ชนิดที่มีบทบาทที่สุดในโลกของเสื้อผ้า

1.Cotton

เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวการเดินทางของเส้นใยที่เรียกว่า “ฝ้าย” คงจะไปข้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกในหลายห้วงเวลาตั้งแต่เรื่องราวของผืนผ้าในอินเดีย สู่ บริษัท อีสต์ อินเดีย ของจักรววรดิอังกฤษ ต่อไปถึงช่วงเวลาที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1492 ซึ่งก่อนที่ฝ้ายจะถูกส่งออกไปสู่โลกแห่งอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและกลายเป็นหนึ่งในเส้นใยที่อยู่คอลเลคชั่นเสื้อผ้าในหลากหลายแนวในปัจจุบัน

ผ้าฝ้าย เส้นใยเก่าแก่ที่ถูกขนานนามในภาษาอังกฤษว่า Cotton เป็นลักษณะของเส้นใยที่ใช้เป็นองค์ประกอบในการถักทอเครื่องแต่งกายมาแต่สมัยโบราณ ด้วยกรรมวิธีการปั่นให้เกิดเป็นเส้นด้าย โดยที่ใยฝ้ายอันเป็นวัตถุดิบหลักนี้เกิดขึ้นจากการนำผลฝ้ายที่แก่จัดได้ที่มาแยกเปลือกและเมล็ดออก และเข้าสู่กระบวนการปั่นออกมาเป็นเส้นใยและเส้นด้ายอีกที โดยที่ผ้าฝ้ายนั้นมีคุณสมบัติของเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม โปร่งสบายและระบายอากาศได้ดี เหมาะกับการนำไปใช้ในการผลิตเครื่องแต่งกายที่หลายหลากไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกง หรือแม้กระทั่งรองเท้า เพราะความสามารถในการซึมซับเหงื่อและระบายความชื้นออกมาได้อย่างรวดเร็ว

แต่หากสังเกตดีๆจะพบว่าผ้าฝ้ายนี้เป็นลักษณะของเส้นใยที่สามารถพลิกแพลงได้ ทั้งความแน่นหนา ความมัน ความด้านต่างๆ ที่เกิดมาจากแหล่งที่มาของผลฝ้ายนั้นๆ อย่างเช่นผ้าฝ้ายอียิปต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเบาสบายและผิวของใยผ้าที่เงางามดูหรูหรา การทำมาถักทอขึ้นเป็นเสื้อเชิ้ตก็จะให้มิติที่แตกต่างจากเสื้อเชิ้ตทั่วไป หรือหากเลือกใช้ผ้าฝ้าย 100% ที่มีความแน่นของใยผ้าคุณภาพมากกว่าผ้าฝ้ายลูกผสม ก็จะส่งผลให้เสื้อเชิ้ตหรือกางเกงตัวนั้นๆ ขึ้นทรงได้อย่างสวยงาม

ด้วยเหตุนี้เนื้อผ้าชนิดนี้จึงถือเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวางเพราะความสามารถในการปรับเปลี่ยนและสอดแทรกลูกเล่นได้มาก รวมถึงมีวิธีการดูแลรักษาที่ง่ายกว่าเนื้อผ้าชนิดอื่นๆนั่นเอง และเนื้อผ้าฝ้ายที่ดีนั้นควรให้ความรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่และไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง และยิ่งไปกว่านั้นเสื้อผ้าที่ถูกทักทอด้วยเส้นใยที่ยาวกว่าจะทำให้เกิดสัมผัสที่ดีเยี่ยมขึ้นไปในขณะสวมใส่ และในบางครั้งถึงแม้เสื้อผ้าที่ทำจากฝ้ายจะมีลักษณะที่เป็นเส้นบางแต่ก็นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นฝ้ายที่ไม่ดีเพราะตราบใดที่มันผ่านกระบวนการปั่นที่ดีความบางของเส้นนั้นก็ไม่มีผลใดๆ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตอันดับหนึ่งของฝ้ายคือประเทศจีนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของตลาดโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 

 

 

 

2.Linen


เนื้อผ้าที่มาจากเส้นใยของผลต้นแฟลกซ์ นิยมปลูกกันในประเทศแถบทวีปยุโรปอย่าง เบลเยี่ยม ไอร์แลนด์และรัสเซีย เนื้อผ้าชนิดนี้ต้องใช้กรรมวิธีการผลิตมากขั้นตอนอย่าง การหมัก ตาก บด และหวีสางจนกว่าจะออกมาเป็นเส้นใยที่ใช้ในการถักทอเสื้อผ้าอย่างที่พบเห็นกันในท้องตลาด ผ้าลินินยังเคยถูกนับเป็นของใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินตราในยุคอียิปต์โบราณอีกด้วย และนอกจากนั้นการทำมัมมี่ยังถูกพันด้วยผ้าลินินเพื่อแสดงความหมายถึงแสงสว่าง ความบริสุทธิ์ และความมั่งคั่ง

ลินินนับเป็นเนื้อผ้าที่มีเส้นใยที่เหนียวทนทาน ยืดหดได้น้อยแต่เกิดการหักหรือยับได้ง่าย ซึ่งการยับอย่างไม่ตั้งใจของการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ผลิตจากผ้าลินินนับเป็นเสน่ห์ที่ยากจะหาได้จากเนื้อผ้าชนิดไหน รวมถึงคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ดีในลำดับต้นๆของเนื้อผ้าทุกชนิด ทำให้ภาพลักษณ์ของเสื้อผ้าลินินมักจะถูกจำกัดในรูปแบบของความผ่อนคลาย สะดวกสบายและไม่เป็นทางการนัก

แม้ผ้าลินินในแบบฉบับไอริช (Irish) คือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดและมักถูกผลิตใช้เป็นเสื้อผ้ากีฬา รวมถึงผ้าเช็ดหน้า และผ้าปูโต๊ะ แต่ความจริงแล้วยังสามารถผลิตเป็นเสื้อผ้าที่ดูทางการได้เช่นเดียวกัน และเมื่อทำการจับคู่กันอย่างเหมาะสมก็สามารถสร้างลุคที่มีความแตกต่างบนความไม่เป็นทางการได้อย่างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และผ้าลินินนี้เหมาะสมเป็นอย่างดีกับลักษณะภูมิประเทศที่มีสภาพอากาศที่ร้อนชื้นอย่างบ้านเรา 

 



 3.Slik


ผ้าไหม ใยผ้ามากประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคสมัย 5,000 – 10,000 ปีที่ผ่านมา ผลงานสุดล้ำค่าที่ชาวจีนโบราณได้มอบเอาไว้ให้แก่มวลมนุษยชาติ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขและความเป็นสิริมงคลสำหรับผู้คนชาวจีน แต่หาใช่ว่ากรรมวิธีการสร้างสรรค์ผ้าไหมจะมีแต่เฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น เพราะด้วยความหรูหราของผิวสัมผัสอันเงางามและน้ำหนักที่เบาสบาย ส่งผลให้ผ้าไหมได้กลายเป็นลักษณะของเนื้อผ้าชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และถูกผลิตจากหลากหลายที่มาทั้งประเทศ อินเดีย บราซิล และประเทศไทยของเรา โดยผิวสัมผัสและลวดลายของการทอจากแต่ละที่มาส่งผลให้ผ้าไหมนั้นมีความหลากหลายและน่าสนใจรวมถึงความเป็นเอกลักษณ์

เส้นใยธรรมชาติชนิดนี้คือผลผลิตชั้นดีจากรังไหมของตัวอ่อน หรือชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Bombyx Mori ที่เป็นชื่อชนิดหนึ่งของผีเสื้อกลางคืน โดยในบางครั้งเราอาจสังเกตเห็นสีรุ้งสะท้อนออกมาจากผ้าไหม ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษของไหมที่ผ่านการถักทอออกมาอันเกิดจากโครงสร้างของเส้นใยไหมที่มีการจัดเรียงตัวแบบ “ปริซึม” อยู่ในมุมที่แตกต่างกันทำให้เกิดเป็นประกายระยิบระยับ

จากเส้นใยเล็กบางถูกถักทอเป็นไอเทมหรูหรา สุดคลาสสิคในตู้เสื้อผ้าผู้ชาย เช่น เนคไท ผ้าพันคอ และชุดสูท เสื้อผ้าที่ทำจากไหมที่ดีควรผ่านการขัดทรายเพื่อให้เนื้อผ้ามีความนุ่มนวลและให้สัมผัสอ่อนโยนไม่เหมือนผ้าชนิดไหนๆ และสำหรับเราคนไทยที่คุ้นชินกับเนื้อผ้าชนิดนี้กันอยู่บ้างในรูปแบบของเครื่องแต่งกายที่มีกลิ่นอายอันย้อนยุค ดูล้าสมัย แต่ในความจริงแล้วปัจจุบันนี้ การเลือกนำเอาผ้าไหมมาเป็นองค์ประกอบของเสื้อผ้ายุคใหม่นั้นมีให้เห็นมากขึ้นอย่างเช่นแบรนด์ผ้าไหมไทยที่โด่งดังไประดับสากลอย่าง Jim Thompson เองก็เป็นแบรนด์ที่สามารถบ่งบอกเรื่องราวความทันสมัยออกมาได้อย่างน่าสนใจผ่านลวดลายการถักทอและโครงสร้าง รวมถึงแบรนด์เสื้อผ้าระดับสากลต่างๆ ที่หันมาหยิบจับสิ่งทอชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ทั้ง Hermes, Etro, Louis Vuitton และอีกมากมาย ซึ่งนับเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อีกอย่างว่าผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงแต่เป็นชนิดของสิ่งทอที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่บ่งบอกซึ่งความหรูหราและสวยงามอย่างไร้กาลเวลาอีกด้วย 

 

 

4.Wool


ผ้าขนสัตว์ หรืออีกชื่อที่เรียกกันว่า วูล นั้นนับเป็นสุดยอดวัตถุดิบที่ใช้ในการตัดชุดสูท ซึ่งวูลเป็นเนื้อผ้าที่เกิดขึ้นจากการถักทอขนสัตว์ โดยที่เนื้อผ้าชนิดนี้สามารถเข้ากับสภาพอากาศได้แทบจะทุกรูปแบบ และมีรูปแบบที่หลากหลายทั้ง Mohair, Gabardine, Merino และอีกมากมาย

ผ้าวูลส่วนมากผลิตจากขนแกะสายพันธุ์ Merino ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีอิทธิพลและความสำคัญทางประวัติศาสตร์การผลิตวูลแทบจะมากที่สุดก็ว่าได้ โดยจะมีการแบ่งระดับคุณภาพขนตั้งแต่ Strong Merino ไล่ไปจนถึง Ultrafine Merino ตามสายพันธุ์และวัตถุประสงค์การใช้งาน ต้นตอของสายพันธุ์นี้เกิดขึ้นและมีที่มาจากเมือง Extremadura ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของสเปนในช่วงศตวรรษที่ 12 ที่เป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อการมาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงศตวรรษที่ 15-16 เป็นยุคที่สเปนได้รับการสถาปนาให้เป็นมหาอำนาจอาณานิคมที่มีความสามารถในการผูกขาดการค้า จนกระทั่งในปลายปีศตวรรษที่ 18 ขั้วการเป็นมหาอำนาจอาณานิคมได้เปลี่ยนผ่าน อังกฤษได้มาตั้งอาณานิคมในออสเตรเลียประกอบสถานการณ์โลก ณ เวลานั้น เป็นยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เกิดเทคโนโลยี mass production สู่การผลิตผ้าขนสัตว์บวกกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเหมาะแก่การทำปศุสัตว์ จึงส่งผลให้ออสเตรเลียกลายพ่อค้าอันดับหนึ่งในเวทีผ้า วูล ของโลกปัจจุบัน

ความพิเศษคือความสามารถในการถ่ายเทอากาศได้ดีและทิ้งตัวได้สวยงาม ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทั้งยังให้ความหรูหราออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่แม้จะต้องแลกมาด้วยการดูแลรักษาที่ซับซ้อนและตัวเลขที่สูงสักเล็กน้อย แต่ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำให้วูลเป็นผู้แสดงหลักที่อยู่บนเวทีการผลิตสิ่งทอในทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่หากความยุ่งยากในการดูแลรักษาเหล่านี้เป็นปัญหาที่คุณไม่อยากจะพบเจอการเลือกใช้ผ้าขนสัตว์ที่ผสมเส้นใยสังเคราะห์ (Polyester) ลงไปก็เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น ราคาที่เบาลง และยังสามารถสอดแทรกลูกเล่นด้วยผิวสัมผัสได้มากขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่ายิ่งมีการผสมใยสังเคราะห์ลงไปมากเท่าไหร่ ความเป็นธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศก็จะยิ่งลดน้อยลงไปเท่านั้นโดยสัดส่วนของการผสมที่พอเหมาะจะอยู่ที่ประมาณ 70/30 นั่นเอง

 

 5.Cashmere


วัสดุชิ้นหลักรูปแบบหนึ่งของธุรกิจเสื้อผ้า มีจุดเริ่มต้นมาจากพื้นที่ภูมิภาคแถบอินเดียและทิเบตอย่างบริเวณหุบเขา Kashmir และ เทือกเขาหิมาลัย อันเป็นดำรงชีพของเจ้าแพะ Pashmina ผู้เป็นต้นตอของเส้นใยชนิดนี้ ที่ถูกใช้ในการผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมานับหลายพันปีแล้ว เมื่อเรื่องราวของเจ้าเส้นใยขนแพะ “แคชเมียร์” เข้าสู่ยุคโลกาภิวัฒน์เต็มตัว การนำเข้าขนสัตว์จากทิเบต ไปสู่การปั่นเป็นด้ายในฝรั่งเศสและถักทอเส้นด้ายเหล่านั้นให้เป็นสเวตเตอร์สุดเนี้ยบในประเทศอิตาลีที่มีราคาสูงถึง 2,400 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัวในบางครั้ง

ด้วยสรรพคุณของเส้นใยที่มีความละเอียด แข็งแรง เบา นุ่ม กว่าเส้นใยการขนแกะเป็นไหนๆ จึงก่อให้เกิดเป็นอุปสงค์จำนวนมากในตลาดเสื้อผ้านับแต่อดีตในปัจจุบัน ซึ่ง 67% ของผ้าแคชเมียร์ในทุกวันนี้มาจากขนของแพะในประเทศจีน แต่ความจริงแล้วแหล่งกำเนิดที่ดีที่สุดที่คนพูดถึงกันนั้นเห็นจะเป็นจากฟากประเทศมองโกเลีย ที่มีคุณภาพมากกว่าทั้งในเรื่องอายุการใช้งานและสภาพที่คงทนแข็งแรง และมักจะพบเห็นในรูปแบบของเสื้อผ้าประเภทเสื้อกันหนาวทั้งแบบที่เป็นสเวตเตอร์และโค้ทยาว เพราะด้วยความโดดเด่นในเรื่องของการสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายจากลักษณะของขนสัตว์อันนำมาถักทอเป็นเส้นใยผ้าทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีความแน่นหนาแต่คงเอาไว้ซึ่งความเบาสบาย และถึงแม้แคชเมียร์ 100% จะนับเป็นสิ่งทอที่มีมูลค่าสูงยิ่ง แต่ในระยะยาวนั้นนับเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมากมายมหาศาล 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้